หน้าแรก
·
ข่าวสาร
·
บทความ
·
แนะนำสินค้า
·
ขายสินค้า
·
กระดานข่าว
·
สมุดเยี่ยม
·
ค้นหา
·
ติดต่อเรา
กันยายน 08 2553 20:03:32
หัวข้อ
หน้าแรก
ข่าวสาร
บทความ
แนะนำสินค้า
ขายสินค้า
กระดานข่าว
อัลบั้มภาพ
สมุดเยี่ยม
ค้นหา
ติดต่อเรา
ผู้กำลังใช้งาน
บุคคลทั่วไป: 2
ไม่มีสมาชิกขณะนี้
สมาชิกทั้งหมด: 58
สมาชิกล่าสุด:
nicholas
ระบบสมาชิก
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก ?
คลิกที่นี่
เพื่อลงทะเบียน.
ลืมรหัสผ่าน ?
ขอใหม่
ที่นี่
.
ฝากข้อความ
ชื่อ:
ข้อความ:
ช่วยเหลือ
baolo
16/08/2553 18:41
เกิดยากถ้า รมต. กระทรวง ICT ไม่เข้าทำงานที่กระทรวงเลย
เด็กอำนาจเจริญ
14/07/2553 21:41
อยากใช้ Wimax เพราะที่ อำนาจทีโอทีหลุดบ่อยมาก ทุก 1-10นาที ใช้TT&Tก็ ไม่ได้ เพราะอยู่นอกพื้นที่บริการ
สมัครรับข่าวสาร
เฉพาะสมาชิก
สถิติออนไลน์
บุคคลทั่วไป: 2
สมาชิก:
ไม่มีสมาชิกขณะนี้
จำนวนสมาชิก: 58
สมาชิกล่าสุด:
nicholas
วันนี้:
85
ขณะนี้:
2
ออนไลน์สูงสุด:
45
สูงสุดต่อวัน:
1731
เมื่อวาน:
103
เดือนนี้:
938
ทั้งหมด:
130614
24 ชั่วโมงล่าสุด:
เยี่ยมชมล่าสุด
nicholas
1 สัปดาห์
oliverbarrad
3 สัปดาห์
webmaster
5 สัปดาห์
wit33
17 สัปดาห์
weerapoi
18 สัปดาห์
weekitg
43 สัปดาห์
thomaswos
44 สัปดาห์
Soivebrorry
48 สัปดาห์
LarryGates
53 สัปดาห์
truesaveus
54 สัปดาห์
ผู้สนับสนุน
3G 3 ธันวา วันชี้ชะตาทีโอที
3G 3 ธันวา วันชี้ชะตาทีโอที
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
22 ตุลาคม 2552 10:59 น.
http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9520000125692
วรุธ สุวกร (ซ้าย) กับ วิเชียร นาคศรีนวล(ขวา)
ทีโอที กับการนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ผู้ให้บริการ 3G รายแรกของเมืองไทย โดยทีโอทีถือฤกษ์ วันที่ 3 ธันวาคม 2552 เพื่อเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการที่ลานเซ็นทรัลเวิล์ด ภายใต้คอนเช็ปต์ 3 จี -3 ธ.ค.-3โมงเย็นพร้อมกับจะมีการถ่ายทอดสดการเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G
การให้บริการ 3 G ของทีโอทีถือเป็นความหวังใหม่ที่จะสามารถสร้างรายได้ชดเชยสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ที่จะหายไปทันทีเมื่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ออกใบอนุญาต 3G บนความถี่มาตรฐาน 2.1 GHz ซึ่งการเปิดให้บริการเป็นรายแรกจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ทีโอทีได้เป็นอย่างดี
การให้บริการ 3G เฟสแรกจะเปิดให้บริการในพื้นที่ กรุงเทพและปริมณฑลตอนล่าง จำนวน 543 สถานีฐาน สามารถรองรับการใช้งานได้ 500,000 เลขหมาย สามารถให้บริการที่รองรับ Voice, Video Call, SMS, MMS, RBT และ High-speed Internet
วรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า มั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการ 3G เฟสแรกได้ทันตามกำหนดในวันที่ 3 ธ.ค. อย่างแน่นอน เนื่องจากได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลเรื่องนี้เมื่อเร็วๆนี้
การดำเนินการโครงการ 3G ถือเป็นธุรกิจสำคัญในการฟื้นฟูฐานะทางการเงิน ด้วยการหันมาพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพาส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาร่วมการงาน และเป็นการดำเนินการตามแผน Turnaround ของทีโอที ซึ่งจะเป็นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญรวมทั้งยังสามารถเข้ามาทดแทนรายได้ที่ลดลงของบริการโทรศัพท์ประจำที่ และบริการโทรศัพท์สาธารณะ การที่ทีโอทีสามารถให้บริการ 3G ได้เป็นรายแรกจะช่วยให้ทีโอทีได้เปรียบในเชิงธุรกิจประกอบกับแผนการทำตลาดแบบ MVNO จะช่วยให้ทีโอทีคล่องตัวและสามารถแข่งขันกับเอกชนได้ดียิ่งขึ้น
วิเชียร นาคศรีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ดูแลรับผิดชอบหน่วยงานธุรกิจ 3G เปิดเผยว่า ขณะนี้ความคืบหน้า 3G เฟสแรกอยู่ระหว่างการอัปเกรดสถานีฐาน ซึ่งปลายเดือนต.ค.นี้จะแล้วเสร็จ 100%
ส่วนการคัดเลือกผู้เข้าร่วมให้บริการในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) ขณะนี้มีผู้สนใจทั้งสิ้น 5 รายได้แก่ได้แก่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย บริษัท ล็อกเล่ย์ บริษัท 356 บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง หรือ IEC และบริษัท เอ็มคอร์ปอเรชั่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งให้ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายทำแผนธุรกิจอย่างละเอียดเสนอต่อทีโอที เพื่อที่ทีโอทีจะเลือกผู้ที่มีแผนธุรกิจที่ดีที่สุดเพียง 3 ราย ซึ่งการคัดเลือกจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2552
อย่างไรก็ตาม การเร่งเครื่องประมูล 3G ของ กทช.หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสร้างผลกระทบต่อทีโอที ซึ่งทีโอทีจะเสนอรายงานผลกระทบให้ครม.เศรษฐกิจรับทราบรวมทั้งการปรับแผนธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้และผลกระทบจากสัญญาสัมปทาน 2G เดิม โดยทีโอทีประเมินว่าผลกระทบจากการออกใบอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่ 3G ของกทช.จะส่งผลให้เกิด
1.การแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 (3G) จะมีความรุนแรงขึ้น เพราะการที่ กทช.ให้ใบอนุญาต 3G รายใหม่ 4 ราย หากนับรวมกับ ทีโอทีก็จะมีผู้ให้บริการ 3G รวม 5 ราย ส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายในประเทศทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากขึ้น
2.ทีโอทีได้คาดการณ์ และจัดทำแผนธุรกิจตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และจัดการความเสี่ยงไว้แล้ว โดยทีโอทีได้ทำการวางแผนเตรียมพร้อมรองรับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทีโอที ดำเนินการ ดังนี้ วิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงการออกใบอนุญาต ในการเสนอโครงการฯ ต่อ สศช. เมื่อ ปี 2551 และจัดทำแผนธุรกิจตามความเห็นของสศช. เรื่อง ทีโอที ควรทำหน้าที่พัฒนาโครงข่าย 3G ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และครอบคลุมทั่วประเทศ และควรพิจารณาความเหมาะสมของแผนการตลาดที่เน้น เป็นผู้ให้บริการโครงข่าย (Network Provider) หรือการให้บริการแบบ ขายส่ง (Wholesaler) เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนและการตลาดค้าปลีก (Retailer) รวมทั้งช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนของประเทศในภาพรวมเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ทีโอทียังได้จ้างที่ปรึกษา 2 ราย คือ บริษัท CCIV และ ABN AMRO Bank N.V. เป็นที่ปรึกษาโครงการและพิจารณาทบทวนแผนธุรกิจให้ชัดเจนและสอดคล้องกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรง
สำหรับแผนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ซึ่งจัดทำร่วมกับที่ปรึกษาฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ไว้ดังนี้ 1. Time to Market ต้องชิงความได้เปรียบด้วยการเป็นผู้ให้บริการรายแรกในตลาดเพื่อสร้าง ฐานลูกค้าซึ่งผู้ให้บริการในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ 2. Network Coverage & Quality ต้องลงทุนในโครงข่ายที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการด้าน Voice และ Data โดยมีสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ให้บริการหลัก
3. Wholesaling ดำเนินธุรกิจด้วยการขายต่อบริการแก่ Wholesale Customers เรียกว่า Mobile Virtual Network Operator (MVNO) โดย MVNO จะมีบทบาทสำคัญในการทำตลาดใน Segment ที่ทีโอทีไม่มีความถนัดหรือไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันและการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเช่าใช้โครงข่ายของ MVNO ในสัดส่วน 80% ของ Capacity
และ 4. Strengthen Retail Business ทีโอทีจำเป็นต้องสร้างฐานลูกค้าปลีกใน Segment ที่ทีโอทีมีความได้เปรียบเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้าของ MVNO แต่เพียงอย่างเดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งในเมืองและชนบทภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ด้านการพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ และแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2551-2554 เกี่ยวกับนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งเสริมให้คนไทยเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมจากเมืองงหลวงไปสู่ภูมิภาค โดยให้ประชาชนเข้าถึงบริการโทรคมนาคมพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทั่วประเทศ
ส่วนตำแหน่งทางธุรกิจของโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G (Business Positioning) คือ การเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G รายแรกของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการและ Lifestyle ของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Markets) ,ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ทั้งการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Content Provider / Application Developer เร่งรัดการลงทุนการจัดสร้างโครงข่าย 3G เพื่อให้มีความพร้อมทั้งด้าน Coverage และ Capacity เป็นรายแรก เพื่อเป็น National Network Provider ซึ่งจะทำให้ลดความซ้ำซ้อนของการลงทุน
อย่างไรก็ตามถึงแม้ทีโอที จะวางแผนรับมือกับการแข่งขันในเรื่อง 3G ให้ดีเช่นไร แต่ผลกระทบที่เกิดกับสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (2G) ปัจจุบันของทีโอทีก็ยังรุนแรง
ผู้ประกอบการที่รับสัมปทานอาจมีการโอนลูกค้า 2G ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม ไปเป็นลูกค้าบนโครงข่ายใหม่ (3G) เนื่องจากต้องการลดต้นทุน เพราะภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับใบอนุญาตใหม่จะน้อยกว่าส่วนแบ่งรายได้ที่จะต้องจ่ายตามสัญญาร่วมการงานในอัตราการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ 20% - 30% ทั้งนี้ คาดว่าการจ่ายค่าใบอนุญาตใหม่ ประมาณปีละ 6.5% ของรายได้ (มาจากค่าใบอนุญาต 2.5% และค่า Universal Service Obligation Fund 4%)
การโอนลูกค้า 2G ที่เอกชนดูแลอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิมไปเป็นลูกค้าบนโครงข่าย 3G ซึ่งจะทำให้ส่วนแบ่งรายได้ของ ทีโอทีลดลงและที่สุดภาครัฐได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของทีโอทีในรูปของภาษีเงินได้และเงินปันผลลดลงตามไปด้วยโดยในปี 2551 ทีโอที ได้จ่ายภาษีเงินได้ 2,600 ล้านบาท เงินปันผล 5,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ อาจมีการนำทรัพย์สินของรัฐไปใช้ประโยชน์บนโครงข่าย 3G เนื่องจากสัญญาสัมปทาน BTO คือ การสร้าง และ โอนให้รัฐ และให้เอกชนผู้รับสัมปทานมีสิทธิในการใช้ทรัพย์สินและสิทธิในการบริหารจัดการ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการนำอุปกรณ์ระบบ 3G มาติดตั้งเพิ่มเติมบนทรัพย์สินของโครงข่าย 2G เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการโดยรวดเร็วยิ่งขึ้น ฉะนั้นมาตรการกำกับดูแล การควบคุมและการตรวจสอบจะซับซ้อนยิ่งขึ้น อาจมีข้อพิพาท และในที่สุดจะเป็นการเพิ่มต้นทุนแก่ทีโอที
อย่างไรก็ตาม ทีโอทียืนยันว่าการออกใบอนุญาตดังกล่าวไม่กระทบต่อการแข่งขันในธุรกิจ 3G เนื่องจากทีโอทีได้วางแผนรองรับการแข่งขันไว้แล้ว แต่จะมีผลกระทบต่อสัญญาสัมปทานให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G ของ ทีโอที ซึ่งตามแผน Turnaround ของทีโอที กำหนดให้โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เป็นธุรกิจที่สำคัญในการลดการพึ่งพาส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาอนุญาต/สัญญาร่วมการงาน ตลอดจนทดแทนรายได้ที่ลดลง
การเปิดบริการ 3G ของทีโอทีในวันที่ 3 ธ.ค. อาจเป็นการลบภาพฝันร้ายในอดีตของไทยโมบาย และเป็นการสร้างมิติใหม่ของการแข่งขันที่รัฐวิสาหกิจไทยจะสามารถยืดอกพกมือถือ 3G แข่งกับบริษัทสัมปทานรายใหญ่ได้ แต่ที่สำคัญมันจะเป็นการชี้ชะตา ชี้อนาคตของทีโอทีและตอกย้ำความมั่นใจของครม.ทั้งคณะที่อนุมัติให้ลงทุน 2 หมื่นล้านในการวางโครงข่าย 3G ทั่วประเทศว่าตัดสินใจถูกต้อง
โดย
webmaster
เมื่อ ตุลาคม 23 2553 00:00:00 :
0 ความเห็น
: 360 อ่าน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็นส่งเข้ามา.
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
ไม่ใช้งานไอคอนยิ้มในความคิดเห็นนี้
ระดับคะแนน
ระบบลงคะแนนเฉพาะสาชิก.
ต้องเข้าระบบก่อน.
ยังไม่มีการให้คะแนน.
นาฬิกา
ราคาน้ำมัน
กระดานข่าว
กระทู้ล่าสุด
อยากหุ่นดีมาทางนี้...
flagyl jp pnflagyl o...
ข่าวดี++สูตร****ได้ผ...
ข่าวดี++สูตร****ได้ผ...
สูตร****ได้ผลเร่งด่ว...
กระทู้ยอดนิยม
เป็นไปได้**** 3-2...
[6]
+++ข่าวดี...สูตร*...
[1]
คนที่อยากผมเพรียว...
[1]
+++ข่าวดี...สูตร*...
[1]
อยากหุ่นดีมาทางนี...
[0]
แบบสำรวจ
ท่านคิดว่าอะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่มี WiMAX ใช้งาน
การดำเนินการของ กสช ล่าช้า
73% [98 ]
ถูกกีดกัน ขัดขวาง
0% [0 ]
การลงทุนสูง
3% [4 ]
อื่น ๆ
0% [0 ]
Web Link
Manager Online
WiMAX.com
WiMAX Forum.org
ผู้สนับสนุน
WiMAX Thailand.com by PITAK JIRAWANITKUL E-mail : pitakji@gmail.com TEL.081-4362555
153675 ผู้เข้าเยี่ยมชม